13/08/2019
CHEVROLET TRAILBLAZER LTZ 4x4 2019 อัดแน่นด้วยออฟชั่น กับราคาที่มิอาจมองข้าม!

CHEVROLET TRAILBLAZER LTZ 4x4 รุ่นปัจจุบัน ยังคงเป็นรถเอสยูวีที่โดดเด่นในสไตล์อเมริกันแท้ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยขนาดตัวถังใหญ่โต เน้นความบึกบึน แข็งแกร่ง สมรรถนะทรงพลังรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบการขับขี่ พร้อมอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยยุคใหม่เต็มคัน และที่สำคัญยังมีระดับราคาค่าตัวที่น่าคบหา เมื่อเทียบกันรุ่นต่อรุ่น ถือว่าคุ้มค่าไม่เป็นรองคู่แข่งในคลาสเดียวกัน!

CHEVROLET TRAILBLAZER LTZ 4x4 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัย ผสานความบึกบึนของตัวถังขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกแบบรถเอสยูวีขนานแท้ ขนาดมิติตัวรถ ยาว 4,887 มม. กว้าง 1,902 มม. สูง 1,852 มม. ระยะฐานล้อ 2,845 มม. มุมมองด้านหน้าหล่อเข้มด้วยกระจังหน้าที่ออกแบบได้ลงตัว จากวัสดุสีเดียวกับตัวรถตัดกับลายเส้นโครเมี่ยมให้ความสปอร์ตผสมผสานความหรูหรา ฝากระโปรงหน้ามีเหลี่ยมสันเพิ่มความดุดัน ด้านข้างตัวรถดูเรียบๆ เน้นความโค้งมนต่อเนื่องตลอดคัน ด้านท้ายให้ความรู้สึกบึกบึนแฝงความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์ที่ชายหลังคา พร้อมชุดไฟท้ายสีสันสดใสขาวแดง และขาดไม่ได้กับล้ออัลลอยลวยลายเรียบหรู ขนาด 18 นิ้ว





ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยความกว้างขวาง สะดวกสบาย การตกแต่งมีความหรูหราประณีต แผงแดชบอร์ดและคอนโซลกลางเน้นโทนสีเข้มกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน วัสดุที่ใช้มีผิวสัมผัสนุ่มนวล พร้อมสวิทช์ควบคุมต่างๆ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่ใช้งานได้ง่ายในระยะที่ใกล้มือผู้ขับ เบาะที่นั่งมีขนาดใหญ่รูปทรงกึ่งสปอร์ตโอบรับแผ่นหลังและช่วงต้นขาได้พอดี นั่งได้สบายไม่รู้สึกอึดอัด ตัวเบาะหุ้มหนังแท้สีเข้มในโทนเดียวกับแผงแดชบอร์ด ซึ่งการออกแบบเบาะทั้ง 7 ที่นั่งยังเน้นความสะดวกสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง ผู้โดยสารที่นั่งแถวที่สองและแถวที่สามจะมีทัศนวิสัยที่กว้างไกลรอบด้านด้วยเบาะที่นั่งที่จัดวางแบบโรงภาพยนตร์ พร้อมความเย็นสบายทั่วถึงจากระบบปรับอากาศที่นั่งด้านหลังที่มีการควบคุมความแรงของลมแบบแยกส่วน พร้อมช่องแอร์สำหรับทุกที่นั่ง และเบาะทั้งสามแถวยังสามารถพับให้แบนราบเพื่อขยายพื้นที่ให้มีความกว้างขวางมากขึ้นเพื่อการบรรทุกสัมภาระเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยภาคบันเทิงที่สามารถเชื่อมต่อและควบคุมระบบสื่อสารได้ในทุกสถานการณ์ ผ่านหน้าจอสีแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมกับมีระบบนำทางในตัว สามารถใช้โทรศัพท์โทรออก รับสาย ฟังเพลง และเข้าถึงสมุดรายชื่อในโทรศัพท์ผ่านแอปเปิล คาร์เพลย์ หรือแอนดรอยด์ ออโต้ได้ตลอดเวลา ขณะที่แผงมาตรวัดมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้เลือกใช้ และที่สำคัญรถเอสยูวีคันนี้ยังมาพร้อมออฟชั่นสู้แดด ด้วยรีโมทสตาร์ท ตรงนี้มีประโยชน์อย่างมากในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ โดยผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดระบบปรับอากาศทำความเย็นเพื่อให้รถพร้อมใช้งานก่อนที่ผู้ขับจะเข้ามาในรถ











การขับชี่บนท้องถนนรถรุ่นนี้ยังมีจุดเด่นในด้านความเงียบในห้องโดยสาร จากตัวเลขทดสอบของโรงงาน เสียงรบกวนจากลมปะทะ เสียงพื้นถนน เสียงเครื่องยนต์ ลดลง 8 % และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ขึ้นอีก 12 % เราจึงรู้สึกได้ถึงความเงียบในห้องโดยสารที่ดีขึ้นไม่รบกวนสมาธิในการขับขี่ และการฟังเพลงสบายๆตลอดการเดินทาง ในส่วนของเสียงและแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์เป็นสิ่งที่น่าชมเชยมากที่สุด เพราะติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น และยังใช้ยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี

CHEVROLET TRAILBLAZER LTZ 4x4 ให้ความแรงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ดูราแม็กซ์พัฒนาการล่าสุด เป็นแบบ 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร กระตุ้นพลังด้วยเทอร์โบแปรผัน Variable Geometry Turbocharger (VGT) เน้นพละกำลังแรงบิดตั้งแต่รอบต่ำ พร้อมความแรงเหลือเฟือในรอบสูง และให้ความประหยัดน้ำมันเมื่อใช้ความเร็วคงที่ในการขับขี่ โดยให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สมรรถนะของเครื่องยนต์ถูกควบคุมโดยกล่องสมองกลควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ซึ่งพัฒนาโดยจีเอ็มเพื่อตอบสนองต่อการทำงานของเครื่องยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยมีฟังก์ชั่นควบคุมที่เป็นสิทธิบัตรของจีเอ็มมากกว่า 150 ฟังก์ชั่น ช่วยประสานการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


การทดลองขับครั้งนี้เราเน้นเดินทางทั้งนอกเมือง และในเมือง แบบใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เริ่มสัมผัสแรกด้วยการขับขี่แบบปกติใช้ความเร็วปานกลางในเมือง ด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์ พร้อมคอยล์สปริงและช็อกอัพแก๊สไดเกรสซีฟที่ปรับเซ็ทแบบเน้นการใช้งานตามความเหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทย สามารถยกระดับการขับขี่และการควบคุมได้อย่างน่าพอใจ อาการแข็งกระด้างเมื่อเจอพื้นถนนไม่ราบเรียบเกิดขึ้นไม่มาก สามารถซึมซับแรงกระแทกต่างๆได้ดี เรียกว่าให้อารมณ์การขับขี่แบบรถเอสยูวีแท้ๆต่างจากรถปิคอัพพอสมควร
ช่วงเดินทางไกลยาวๆสมรรถนะโดยรวมค่อนข้างน่าพอใจ เครื่องยนต์นิ่ง เดินเงียบ ราบเรียบ ช่วงออกตัวมีกำลังเพียงพอ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เราลองจับเวลาคราวๆได้ประมาณ 11-12 วินาที ช่วงเร่งแซงที่ใช้งานกันประจำบนท้องถนนเมืองไทย มีกำลังรองรับการใช้งานอย่างเหลือเฟือไม่จำเป็นต้องเค้นกำลังในรอบสูงๆ ความเร็ว 80-120 กม./ชม ใช้เวลาพุ่งทะยานประมาณ 9 วินาที ช่วงถนนโล่งลองพอให้รู้ กดคันเร่งจมต่อเนื่องความเร็วปลายไหลยาวๆไปได้ถึง 184 กม./ชม. ที่ 2,900 รอบ/นาที และเมื่อถึงเวลาต้องหยุดหรือชะลอรถ ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ก็ทำงานได้ดีให้น้ำหนักการเบรคเหมาะสมเป็นธรรมชาติ เรียกว่าเอาอยู่ในทุกช่วงความเร็ว
การขับขี่ด้วยความเร็ว ทั้งทางตรงและในทางโค้ง ชุดขับเคลื่อนทั้งเกียร์ ช่วงล่าง และเบรก ยังทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว ควบคุมรถได้มั่นใจในทุกจังหวะความเร็ว ตลอดการขับขี่ทำให้รับรู้ถึงสมรรถนะการควบคุมรถที่ดีขึ้นต่างจากเอสยูวีในร่างทรงของรถกระบะที่คุ้นเคย และยังให้การควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ช่วยลดน้ำหนักการเลี้ยวของพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ โดยระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักอย่างเหมาะสมตามความเร็วของรถ

การใช้งานทั่วๆไปในเมืองมีทั้งช่วงรถติดสลับหยุดนิ่งอัตราสิ้นเปลืองมีความประหยัดไม่เป็นรองคู่แข่งที่มีพิกัดเครื่องยนต์ใกล้เคียงกัน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12-13 กม./ลิตร ส่วนช่วงเดินทางไกลความเร็วคงที่ 100-120 กม./ชม.รอบเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำประมาณ 1,600 – 1,900 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในระดับที่ประหยัดคุ้ม ทำได้ประมาณ 14-16 กม./ลิตร


การขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ยังให้ความอุ่นใจด้วยการติดตั้งระบบความปลอดภัยยุคใหม่เต็มเพียบ ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา , ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร , ระบบเตือนการชนด้านหน้า , ติดตั้งกล้อมมองหลังพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุขณะถอยจอดรถด้านหน้าและด้านหลัง , เซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำฝน , ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง ที่สามารถแสดงค่าแรงดันลมของยางทั้งสี่ล้อ และจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อแรงดันลมยางลดต่ำเกินไปที่แผงหน้าปัด ซึ่งการทดลองขับเราพบการแจ้งเตือนเมื่อลมยางต่ำกว่า 30 ปอนด์ ส่วนระบบอื่นๆที่กล่าวมานี้ก็สามารถใช้งานได้จริง และเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่


ทางด้านระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟ ก็จัดมาครบทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้งTraction Control System (TCS) ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA) ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) ระบบรักษาเสถียรภาพขณะลากจูง (Trailer Sway Control) ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Anti-Rolling Protection) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ กุญแจพร้อมรีโมท คอนโทรล สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ก่อนที่คุณจะถึงรถ พร้อมสั่งระบบปรับอากาศทำงานโดยอัตโนมัติ ให้ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เรียกว่าระบบความปลอดภัยรถรุ่นนี้จัดเต็มแบบไม่เป็นสองรองใครในตลาด

โดยสรุป CHEVROLET TRAILBLAZER LTZ 4x4 รุ่นนี้ มีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่โดดเด่น ใช้งานลงตัวทุกรูปแบบการขับขี่ ภายในห้องโดยสารตกแต่งหรูหราทันสมัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมจัดเต็มด้านอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย และยังมีราคาขายดึงดูดใจ ก็ยังถือว่ามีความน่าสนใจมากทีเดียวเมื่อเทียบกับคู่แข่งในคลาสเดียวกันที่ส่วนใหญ่จะมีเพดานราคาสูงกว่า ถ้าสนใจเชิญพิสูจน์ของจริงด้วยตัวคุณเอง หรือสอบถามข้อเสนอพิเศษได้ที่
บริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด
เชฟโรเลต เพชรบุรีตัดใหม่ โทร. 02 255 9300
เชฟโรเลต ปิ่นเกล้า โทร. 02 884 6351-5